[SF] A Seunghyun on 20th, where’s another one left?
posted on 06 May 2008 23:04 by imygism in BIGBANG
ฟิคเก่าแล้ว >_<
[Short Fic] A Seunghyun on 20th,where’s another one left?
By: Lacrima & E-keijung
By: Lacrima & E-keijung
"โดดงานมาวันหนึ่งไม่ได้เหรอไงวะ"
เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้นเล็ดลอดออกมาจากบานประตู ควอนจียงที่บังเอิญเดินผ่านชะงักฝีเท้าแล้วใช้อวัยวะเบื้องล่างเขี่ยประตูให้เปิดขึ้น หัวหน้าวงยืนค้อนเจ้ากอริลล่ายักษ์ที่ทำตัวงอแงเหมือนเด็กๆ แค่จะห่างจากอีซึงรีแค่วันเดียว มันจะเป็นอะไรของมันนักหนา ถึงเขาจะจดจำได้ว่าตอนที่มันเล่นละครเรื่อง i am sam ทำให้ตัวเองอิจฉาไอ้หน้าหล่อๆกับคิ้วบากๆนั่นแค่ไหน แต่นี่วันหยุดสบายๆของบิ๊กแบง มันจะช่วยทำตัวเป็นคนดี แล้วลดความโหดของหน้าลงซักนิดบ้างได้ไหม ไม่ต้องติดบทบาทมาถึงขนาดนี้ก็ได้วะ!!
"เป็นเชี่ยอะไรครับพี่ใหญ่?" จียงลอยหน้าลอยตาถามทำเหมือนไม่รู้เรื่องว่าที่พี่ใหญ่ของวงกำลังหงุดหงิดนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร แต่ในใจนั้นรู้อยู่เต็มอกว่าสาเหตุเดียวเท่านั้นที่ทำให้ชเวซึงฮยอนบ้าคลั่งได้ขนาดนี้มีแต่น้องเล็กของวงเท่านั้นแหละ
"ซึงริแม่ง..." กำลังจะอ้าปากโวยวายอีกชุดใหญ่กลับต้องชะงักเมื่อบุคคลที่สามที่กล่าวถึงเดินยิ้มน้อยๆเข้ามาในห้อง แดซองที่พอจะเข้าใจสถานการณ์ก็จัดการผลักซึงรีให้นั่งจมปุ้กลงบนเตียงข้างๆพี่ใหญ่ แล้วดึงจียงที่ยืนนิ่งอยู่ให้ออกไป มังกรน้อยทำท่าจะพ่นไฟใส่รุ่นน้องตาหยีที่ตะปบแขนเขา แต่เห็นสายตาไอ้หล่อเท๊มแล้ว เขาก็ต้องยอมสงบศึก ยอมตัวลีบเดินออกจากห้องไป
ซึงรีอึกๆอักๆชะโงกหน้ามองหาตัวช่วย แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะพี่ๆทิ้งเขาไปกันหมด ทั้งห้องเลยเต็มไปด้วยบรรยากาศมาคุอบอวล น้องเล็กหน้าหงอยแล้วหยิบเสื้อผ้าของซึงฮยอนมาช่วยพับเก็บใส่กระเป๋า ช้อนตาขึ้นมาหน้าหงิกงอของคนตัวโต แล้วได้แต่เก็บความคิดเอาไว้ในใจ ...งอนแล้วตลกจะตาย พี่ยังไม่เลิกอีก ... ขืนให้เขาหลุดหัวเราะออกมา ซึงฮยอนคงจะไม่ยอมคุยกับเขาอีกนาน
"อยู่คนเดียวได้รึไง.." อยู่ดีๆเท็มโปก็โพล่งขึ้นมาหลังจากที่มองตากันอยู่นานเกิน 5 นาที ซึงริกระตุกยิ้มมุมปาก ถึงพี่ซึงฮยอนจะยังหน้าหงิกอยู่แต่อย่างน้อยพี่เขาก็พูดด้วยใจจริงอยากจะตะโกนใส่หน้าพี่เท็มโปใจจะขาดว่า ทำไมถึงเป็นคนไร้เหตุผลแบบนี้! แต่ถ้าขืนเขาพูดออกไปแบบนั้นมีหวัง พี่ชายที่มองหน้าอยู่ตอนนี้ได้จับเขาทุ่มกับโซฟาหักครึ่งท่อนเป็นแน่
"ทำไมพี่ต้องโวยวายเสียงดังด้วย..."
ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามของซึงริ....เท็มโปเงียบแต่ยังคงมองหน้าน้องราวกับจะต่อว่าเขาว่า 'ไม่รู้รึไงว่าพี่เป็นแบบนี้เพราะอะไร ' แต่เอาเถอะ ซึงริไม่คิดจะหลบสายตาไร้สาระแบบนั้นอยู่แล้ว
"พี่ไม่คิดถึงผมรึไง!?"
แถมยังทำเสียงงอนๆให้เท็มโปเลิกคิ้วงงอีกต่างหาก นี่น้องมันจะมาแนวไหนกันวะครับ? นานปีไม่เคยถามว่าคิดถึงไหม แล้วนี่อะไร อยู่ดีๆก็มาถามแบบนี้ เท็มโปตะลึง!
"เอ่อ..."
"ไม่ต้องแล้วฮะ!"
กำลังจะอ้าปากบอกน้องว่า คิดถึงเท่าโลก คิดถึงเท่าฟ้า คิดถึงเท่าทะเล น้องเล็กของวงก็งอนตะเพิดเดินสะบัดหน้าออกจากห้องไปซะแล้ว เท็มโปทุ่บกำปั้นลงกระเป๋าเดินทางหนึ่งที ก่อนจะสะบัดมือแรงๆหลายที เพราะดันไปทุบโดนปุ่มล๊อคกระเป๋าซะได้
ทำไมพระเจ้าไม่เข้าใจตุ้ม! เอ้ย ทำไมซึงริไม่เข้าใจเท็มโป!
…………………………………………………………………………………………………….
เช้าวันรุ่งขึ้น เท็มโปตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด เพราะรู้ว่า ซึงริออกไปซ้อมละครเวทีตั้งแต่เช้าเลยไม่ได้อยู่ส่งเขาที่สนามบิน
เสียงโหวกเหวกโวยวายของผู้คนรอบตัว ยิ่งทำให้พี่ใหญ่อารมณ์เสียคูณสอง ไหนจะไอ้รุ่นน้องแอ๊บแบ๊วทั้งสาม ที่เล่นเกมส์เฮฮาปาจิงโกะเวียนซ้ายแล้วก็เวียนขวารอบๆเขา เห็นแล้วอยากจะจับไปทิ้งไว้แถวๆชายแดนซะจริง สนามบินกรุงโซลมันจะวุ่นวายอะไรกันนักกันหนา ทำเอาเสมือนว่าเขากำลังถ่ายทำหนังเรื่อง The Terminal ยังไงอย่างนั้น
“ขี้ไม่ออกเหรอ..............”
ถ้าถามว่าเสียงใคร.............หรือคิดว่าคงไม่ต้องถาม กวนตีนอย่างนี้มีอยู่คนเดียวคือควอนจียง ลอยหน้าลอยตาถามเหตุผล ทั้งๆที่มันนี่แหละรู้ดียิ่งกว่าใคร แต่คราวนี้มาแปลก แปลกจนจียงอยากจะกระโดดดิ้นเพราะขนลุกซู่ ชเวซึงฮยอนไม่ได้หันมาปัดหัวเขาเล่นสองสามทีพอให้เป็นรอยเขียว แต่กลับทำหน้าหล่อแล้วเหม่อมองหาใครสักคน......ใครที่รู้อยู่ว่าวันนี้จะไม่มา
"ผู้โดยสารโปรดทราบ……………..............”
สิ้นเสียงประกาศของประชาสัมพันธ์ เท็มโปที่เอาแต่ชะเง้อคอคอยมองหาใครซักคนก็ต้อง พับหัวลงมาทันที
ไม่มาจริงๆสินะ...อีซึงฮยอนไม่มาส่งเขาจริงด้วย
"เห้ย! เลทโกทูไทยแลนด์เว้ย"
จียงตบหลังพี่ใหญ่สองสามที ก่อนที่จะคล้องแขนลากให้ซึงฮยอนเดินเข้าเกท พอก้นถึงเบาะนุ่มๆของสายการบินชื่อดัง เท็มโปก็นั่งหน้าบูดเป็นตูดลิง คิ้วผูกเป็นโบว์เหมือนสายัณสัญญา ทันที แดซองที่นั่งอยู่ข้างหน้าพี่ใหญ่ หันไปมองหลายต่อหลายครั้งกับอาการหงุดหงิดผิดปกติ อ้าปากถามไร้เสียงหัวหน้าวงข้างๆก็ได้รับคำตอบมาเหมือนๆเดิม ว่า' ปล่อยมันไป เว่อร์ไม่เข้าท่า' จะถามพี่ยองเบ รายนั้นก็หลับตั้งแต่ขึ้นเครื่อง สุดท้ายแดซองก็ทำได้แค่ส่งยิ้มให้พี่เท็มโปเวลาที่พี่เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาเท่านั้น
จียงอึดอัดจนเริ่มจะทนไม่ไหว ไอ้บ้านี่! โอเว่อร์แอคชั่นเกินไปแล้ว! แค่ไม่ได้อยู่กับน้องหนึ่งวันมันจะตายรึไง ประสาท! ทำอย่างกับว่าจะจากกันร้อยปีแสงอะไรอย่างนั้น เห็นแล้วหมั่นไส้โว้ย! ใช่ว่าตัวเขาจะไม่เหงาเวลาไม่มีมักเน่ให้แกล้งเล่น แต่ไอ้พี่ใหญ่นี่มันเข้าขั้นกู่ไม่กลับแล้ว
พอเข้าเขตแดนสยาม แดซองที่วันนี้รับบทบาทเป็นน้องเล็กของวง ก็ตื่นเต้นกับการกลับมาเหยียบประเทศไทยอีกครั้ง ชะเง้อหน้ามองไปที่กระจก ก่อนที่จะสะกิดพี่ชายข้างๆ และข้างหลังให้ตื่นขึ้นมาดูบรรยากาศของเมืองไทย หลังจากที่แดซองปลุกพี่ๆทั้งหมดให้ตื่นขึ้น ทุกคนก็ฮือฮากับภาพมุมสูงของสนามบินสุวรรณภูมิกันใหญ่ เว้นก็แต่ พี่ใหญ่ของวงที่ ไม่มีแม้แต่ปฏิกริยาใดๆ นอกจากหน้าบูดเป็นตูดลิงเหมือนเดิม...
นี่พี่ซึงฮยอน ทำหน้าแบบนี้ ตั้งแต่โชลถึงกรุงเทพเลยเหรอเนี่ย!
ประเสริฐแท้~~ ลงกินเนตบุ๊คเรคคอร์ดไหมพี่
ควอนจียงเอาแต่ด่าชเวท็อปอยู่ในใจจนมารู้ตัวอีกที ก็เมื่อเสียงแดซองเรียกให้เขาช่วยขนข้าวของเข้าห้องพัก ทุกคนช่วยกันอย่างขะมีขะมันเหมือนกับจับกังที่กำลังทำงานแลกอาหารมื้อเย็น มันค่อนข้างจะชินไปแล้ว รู้กันอยู่ว่าวายจีแฟมิลี่เป็นแฟมิลี่เกินไป เลยเลี้ยงสมาชิกทุกคนให้ทำอะไรอะไรด้วยตัวเอง ไม่งั้นจะกลายเป็นเด็กไม่โต ว่าแต่ระหว่างที่พวกเขาสามคนกำลังแบกหามกระเป๋าหนักๆอยู่นี้ แล้วไอ้คนตัวโตที่น่าจะแรงเยอะที่สุดมันหายหัวไปไหนวะ ! ควอนจียงชะโงกหน้ามองหาเทมโป แต่ก็ไม่เห็นวี่แวว เลยถอดใจยกของตามแดซองกับแทยังเข้าห้องไป
พอมาถึงห้องสูทราคาแพงลิบลิ่ว ควอนจียงเสตามองไปยังเตียงใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง แล้ว........................
เชี่ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! มันหนีเข้ามานอนตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?? ไอ้เทมโป!
เท้าเล็กที่ห่อหุ้มด้วยถุงเท้าสีแดงแป๊ด บวกกับไม่ได้ซักมาอีกสองสามวันกำลังเตรียมตัวจะยันลงบนก้นบานๆของกอริลล่าที่นอนแผ่อยู่บนเตียง แต่แล้วควอนจียงก็ต้องเปลี่ยนใจ ยอมนั่งลงข้างๆพี่ใหญ่ แล้วตบมือป้าบๆที่หัว อยากจะทำให้เทมโปหายเหงาลงไปบ้าง
“ซึงรี.................ไม่รู้ตอนนี้อยู่กับใครรึเปล่า? พี่แทบิน.........ไม่แน่อาจเป็นพี่เท็ดดี้ก็ได้”
มีเหรอที่ควอนจียง.............จะแสดงตัวเป็นพ่อพระแล้วปลอบใจเจ้ายักษ์อารมณ์ร้าย
เหอะ !! ฝันไปเหอะ แค่อยากหลอกตบหัวมันเล่นเท่านั้นเอง ก๊ากกกกกก
หมั่นไส้เว้ย ....... เห็นแล้วหมั่นไส้!
และแน่นอนว่าการประโยคที่เขาพูดลอยๆขึ้นมานั้นส่งผลให้ไอ้คนที่นอนแผ่หลาเป็นปลากระเบน สะดุ้งตัวขึ้นมามองตาขวางได้ หึหึ ไอ้โง่เอ้ย! แค่นี้ตกใจ! ไม่เห็นจะต้องตกใจ แฟนมึงน่ะ ใครเห็นใครก็รักก็หลง อย่างกูเนี่ย หลงจนแทบจะลักลอบเป็นชู้หลายครั้งแล้ว ติดอยู่ที่ว่า แม่งจะเป็นชู้ทีไร เข้ามาขัดจังหวะได้ทุกที
"เอ๋....หรือวว่าจะโดนพวกสต๊าฟลวนลามจนเสียงบริสุทธิ์ไปแล้ว โอ๋ๆๆ อย่าเศร้าไปเลยนะครับฮยอง งี้แหละ แมวมันมาอยู่ประเทศไทย หนูที่เกา..."
"เห้ย! หนวกหู!"
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!
อยากจะกู่ร้องหัวเราะให้ประเทศไทยสั่นสะเทือนซัก 8 ริกเตอร์
ไม่พอ! กวนแค่นี้มันไม่พอสำหรับจียงอยู่แล้ว หึหึ
เสือกอู้งานมานอนพุงปริ้นเองนะโว้ย! ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าคิดถึงน้องจนไม่มีกระจิตกระใจทำงาน
แต่กูเหนื่อยครับ! ให้กูแบกของเนี่ย กูเหนื่อยนะสาดดดดดดดดดดดด
"คิดถึงก็โทรไปหาดิ๊...."
อย่าคิดว่าจียงจะกลับตัวเป็นคนดี เห็นใจไอ้คนขี้เกียจนามเท็มโป ที่พูดออกไปแบบนั้น เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าตอนนี้น้องซ้อมละครอยู่ ถ้าซึงฮยอนโทรไปก็ไม่มีทางที่ซึงริจะรับอย่างแน่นอน และเท็มโปเองก็คงจะรู้อีกนั่นแหละว่า ไอ้หัวแห้วนี่มันต้องการจะยั่วโมโหเขา!
คนตัวโตเอามือมาเท้าคาง แล้วแผ่ตัวราบกลิ้งไปกลิ้งมา จ้องหน้าควอนจียง แอ๊บแบ๊วใส่กันเต็มที่!!! ตาคมหวานเชื่อมจนจียงอยากจะควักออกมาโยนให้หมาแถวๆสะพานลอยกิน
เล่นเชี่ยอะไรของมัน..............น้องไม่อยู่ อย่ามาพิศวาสกูนะเว้ยไอ้ยักษ์ !!!!!!!!!!!!!!!!!
“ส่งข้อความหาที่รักดีกว่า................หึหึ”
เทมโปทิ้งประโยคสุดท้ายเอาไว้แล้วก็เดินจากไป ปล่อยให้หัวหน้าวงยังคงอาการสะอิดสะเอียนท่าทางแอ๊บแบ๊วของมันเมื่อครู่ จียงเดินหาขนมในกระเป๋าของแทยังแต่ก็ต้องส่ายหน้าเพราะเจอแต่บ็อกเซอร์อัดจนเต็ม ........ มันจะพกกางเกงในมาเปิดแผงขายที่จตุจักรรึไงวะ??? ว่าแล้วก็เปลียนเป้าหมายเป็นกระเป๋าลายโดราเอมอนของแดซอง -*- ตาตี่ยิ้มร่าเมื่อเห็นซองขนมของโปรดซุกอยู่ในซอกที่ลึกที่สุด เหอะ!! คิดจะซ่อนไม่ให้เค้าเห็นเรอะ ไอ้เด็กนี่ มันจะมากไปแล้ว !!!!!!!!!!!!
ติ๊ด ติ๊ด !!!!!
คุณได้รับ 1 ข้อความ
“โบโกชิพตะ........................มาย ยงยง
จากชเวท็อป..............ที่รักของนายไง”
………………………………………………………………………………………………………………………………….
"เฮ้อ.............."
ถอนหายใจยาวเหยียดเมื่อเดินลงมาถึงสระน้ำของโรงแรม น้ำในสระใสก็จริง แต่ทำไมตอนนี้เขาเห็นแต่หน้าซึงริลอยอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นโรคคิดถึงเรื้อรังขนาดนี้ แต่ทำไงได้ พอหายใจเข้าหนึ่งทีก็คิดถึงซึงริ พอหายใจออกก็คิดถึงซึงริอีก
ให้ตาย! ซึงริ พี่คิดถึงเราจะตายแล้วอยู่แล้ว!!!!!!!
มองนาฬิกาข้างซ้ายก็ต้องถอนหายใจอีกรอบ ตอนนี้ซึงริคงจะเล่นละครอยู่แน่ๆ แต่เขาก็อดใจไม่ไหวที่จะกดโทรศัพท์ที่หมายเลขโทรออกล่าสุดเป็น อีซึงฮยอน แต่ไม่มีซักครั้งที่เท็มโปจะได้คุยกับปลายสายเจ้าของชื่อ เขากลัวว่าโทรไปแล้วน้องจะไม่ว่าง โทรไปแล้วน้องจะกำลังยุ่ง
และแน่นอนว่าครั้งนี้ก็คิดแบบนั้น....แต่ตอนนี้ความคิดถึงมันห้ามกันไม่ไหวแล้ว....
เชวซึงฮยอนกลั้นหายใจกดปุ่มโทรออก่อนที่จะยกโทรศัพท์จ่อข้างหู อึดใจเดียวที่เขาได้ยินเสียงรอสาย ซึงริก็รับโทรศัพท์...
"ผมซ้อมอยู่ จะแสดงแล้ว แค่นี้นะฮะ"
"ซ.....ซึงรี!" ไม่รู้ว่าปลายสายจะได้ยินเสียงที่เขาเรียกรึเปล่า แต่ตอนนี้สายถูกตัดไปแล้ว
เท็มโปแทบจะขว้างมือถือที่อยู่ในมือให้ลงไปจมดิ่งลงในสระน้ำ แต่ทว่าจิตใต้สำนึกก็บอกเขาว่า นี่มันเงินหลวง! เงินที่ประธานยางให้เขามา...เลยทำได้แค่ยัดเครื่องมือสื่อสารที่เกือบโชคร้ายเครื่องนั้นเก็บลงไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะสบทเสียงดังให้พนักงานแถวนั้นที่ถึงแม้จะฟังไม่ออกแต่ก็ต้องหันมามองเป็นตาเดียว เนื่องจาก มันดังมาก!
"ใช่ดิ...เรามันไม่สำคัญนี่หว่า ดีไม่เท่ายองเบ แม่งเอ้ย!"
เมื่อรู้ตัวว่าตกเป็นเป่าสายตา เลยลดวอลลุ่มให้เบาจนกลายเป็นเสียงกระซิบกับตัวเอง ใจจริงอยากจะโกรธซึงริถึงขั้นถ้ากลับไปเกาหลีคราวนี้จะตัดขาดความสัมพันธ์ที่มากกว่าพี่น้อง
แต่..................เขาทำไม่ได้หรอก!
ตอนนี้ทำได้แค่เคืองคนอื่นเขาไปทั่วเท่านั้นแหละ!
“อะไรพี่เท๊ม??.................เราจะแถลงข่าวกันอยู่แล้วนะ พี่ยังไม่เลิกจ้องผมซะที” แทยังบ่นอุบอิบ ตาตี่เวลาหยีด้วยความโกรธเลยยิ่งมิดเข้าไปใหญ่ เทมโปไม่ได้สนใจว่าแสงแฟลชจากกล้องมันจะแชะกันซักกี่แชะ เขาไม่ได้หันไปยิ้มทักทายแฟนๆที่รออยู่เลยแม้สักนิด ยังคงสติลหน้าเหม็นขี้จ้องแทยังตั้งแต่วางก้นลงบนเก้าอี้
“เป็นอะไรนักวะ............แค่ซึงรีรับโทรศัพท์แทยังเสียงหวาน แต่ไม่ยอมคุยกับแก แค่เนี้ย!!!!! แล้วจะเป็นอะไรฮะ? เป็นอะไร?”
เสียงใคร??.................ก็ไม่ต้องถามอีกล่ะมั๊ง . . . . . .
ชิท !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ใครก็ได้เอาไอ้มนุษย์กวนส้นนี้ออกไปห่างๆกูที
“อันยองฮาเซโย............สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมก็อยู่กับนักร้องฮิปฮอปสุดฮอตจากเกาหลี บิ๊กแบง!!!”
สิ้นเสียงพิธีกร เหล่าชะนีไทยแลนด์ก็ส่งเสียงโหยหวนเกรียวกราวพร้อมเพรียงกันแบบไม่ได้นัดหมาย ดีที่แถวนี้ไม่มีเถาวัลย์ใหห้อยโหน ไม่งั้นคงจะเห็นภาพที่น่ากลัวแบบติดตาไปจนวันตาย เสียงชื่อของสมาชิกแต่ละคนถูกตะโกนเรียกเซ็งแซ่แข่งกับเสียงผู้บรรยายที่ตอนนี้กำลังพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เพราะอยากด่าให้สาวแก่แม่ม่ายทั้งหลายสงบสติอารมณ์
“สวัสดีครับ.....อูริน บิ๊ก...”
“แบง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
สมาชิกทุกคนตอบรับคำกล่าวทักทายของควอนจียงเป็นอย่างดีเช่นทุกๆครั้งที่ผ่านมา ผิดกับชเวซึงฮยอนที่ส่งเสียงอยู่ในลำคอ แล้วแค่นยิ้มออกมาประหนึ่งว่ามันกำลังอารมณ์ดี แต่ควอนจียงขอค้าน!!!!! มันทำหน้านิ่งอยู่เฉยๆจะดีกว่าไหมไอ้เทมโป..........ฝืนยิ้มแบบนี้แล้วเหมือนเตรียมพร้อมจะกระโดดลงไปเชือดคอใครสักคนที่อยู่ข้างล่างในพริบตาเดียว
เหตูผลที่ทำให้อารมณ์เสีย.....................เหตุผลเดิมที่ควอนจียงหมั่นไส้
อีซึงรีไม่อยู่.......................ไอ้ยักษ์หน้าโหดนี่มันเหงา!!!!!!!!!!
เหตุผลที่คงทำให้มันอารมณ์เสียยิ่งกว่า.......................
มองไปทางไหนก็มีแต่ป้าย TEM G
หรือไม่ก็ G RI
หาจะมี TEM DA อย่างที่ไอ้ชเวโป้มันต้องการไม่.................
ควอนจียงอมยิ้มหวานเชื่อมเกาะแขนคนข้างๆแบบแทบจะเอาหัวลงไปถูได้
“มีป้ายเราด้วย.........................ชากียา”
ชากียา.....มึงพูดออกมาได้ชากียา ไปกินยาไปไอ้จียง!
ทำแบบนี้เดี๋ยววีไอพีก็ยิ่งเข้าใจผิดเข้าไปใหญ่ ก็รู้นะว่าแฟนๆชอบเห็นเขากับควอนจียงสวีทกัน
แต่ขอเถอะ ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย ไหนละวะ! ไหลละป้ายเท็มด้า เท็มซึง เท็มริ สองซึง ไหน????
"เอ้ย! "
หลุดปากอุทานออกมาเมื่อสายตาไปหยุดอยู่ที่เด็กสาวสองคน ดวงตาที่ขุ่นมัวเมื่อครู่เริ่มมีประกายวิ๊งวับแพรวพราว เด็กสาวตัวเล็กสองคนจับจ้องมาที่เขา และเผยยิ้มเพียงเล็กน้อยอย่างเขินอาย ชเวซึงฮยอนอ้าปากค้างตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า จนรู้สึกเหมือนกับว่าเสียงรอบข้างมันถูกกลืนหายไปเสียหมด เสียงหัวใจเต้นระรัวตึ่กตักเมื่อเด็กหญิงทั้งคู่ชูมือทำรูปหัวใจให้กับเขา.................
หยุดก่อน !!!!!!!!!!!!!! หยุดแค่นั้นแหละ
คงไม่ได้กำลังคิดว่าชเวซึงฮยอน......กำลังตะลึงความงามของเด็กสองคนนี้
กลับมาที่ความเป็นจริงกันดีกว่า...................
ชเวซึงฮยอนกำลังอึ้ง!!!!!!!!!!!!!!!!!
ถ้าไม่สังเกตดีๆละก็ เขาคงมองไม่เห็นเป็นแน่ สาเหตุเนื่องมาจาก เธอสองคนนั้นเตี้ยจนโดนผู้คนรอบข้างบังจนมิด อันที่จริงเท็มโปไม่จำเป็นต้องมาสะดุดกีกกับเด็กผู้หญิงใส่แว่นกับเด็กผู้หญิงตาตี่นั่นเลยซักนิด
หากแต่ว่าเธอสองคนกำลังถือป้าย 2ซึงฮยอน!
เจอแล้ว! 2ซึงฮยอน!
ชเวโป้กัดปากฉีกยิ้มภาคภูมิใจ.......ถ้าคิดภาพไม่ออก ลองนึกถึงตอนที่มันได้แลกขนมกับรุ่นพี่ในรายการแมนวอนสำเร็จประมาณนั้น ยิ้มกว้างเสียจนควอนจียงที่นั่งอยู่ข้างๆเริ่มจะสงสัยในความบ้า หน้าบูดอยู่เมื่อนาทีที่ผ่านมา แล้วนี่อะไรเข้าสิงมันให้อารมณ์ดีได้
แดซองและแทยังที่นั่งอยู่ถัดจากหัวหน้าวงเองก็สงสัยไม่แพ้กัน
นั่นพี่ซึงฮยอนยิ้มอะไร? อะไรทำให้พี่ชายที่อารมณ์เสียตั้งแต่เมืองหลวงของเกาหลียันเมืองหลวงของประเทศไทยฉีกยิ้มภาคภูมิใจขนาดนั้น? และในเมื่อทั้ง 4 คนสงสัยจึงได้โฟกัสมองตามเท็มโปไป และความจริงก็ประจักษ์ต่อสายตา...
ภาพที่ทั้ง 4 คนเห็นคือ เด็กผู้หญิงสองคน โบกมือบ๊ายบาย เขย่งถือป้าย 2 SEUNGHYUN สุดตัว
กูว่าแล้ว.............ถึงว่าแม่งยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม
สมาชิกทั้งสามคนที่ตอนนี้ขนาดหน้าเหลืออยู่แค่คนละ 5 เซนติเมตร เพราะถูกหน้าบานๆของใครสักคนเบียดจนแทบแบน สะกิดเรียกพี่ใหญ่ให้รีบปรับขนาดหน้าให้กลับมาเป็นปกติ เพราะจะได้เริ่มสัมภาษณ์กันเสียที
หน้าแมร่ง!!!!!!!!! กินเนื้อที่ว่ะเทมโป้
“บิ๊กแบง คังแดซองครับ”
“สวัสดีครับ ทงยองเบครับ”
“บิ๊กแบง ลีดเดอร์ ควอนจียงครับ”
คนสุดท้าย.............
“มักเ..........................ชเวซึงฮยอนครับ”
ไอ้เชี่ยเทมโป้!!!!!!!!!!!!!!! จะพูดว่า มักเน่ซึงรีครับล่ะสิมัน หมั่นไส้โว้ย ควอนจียงหมั่นไส้
ตั้งแต่จากเกาหลีมาถึงไทยแลนด์ในหัวเขายังไม่สามารถลดความหมั่นไส้อั่ยกอริลล่านี่ได้สักวิ
คนถูกด่าในใจยังคงยิ้มหน้าระรื่น หลุดสีหน้าตกใจแต่พองาม แล้วมันก็เนียนกลับได้ตามเคย
พิธีกรบนเวทียังคงถามคำถามบิ๊กแบงอย่างต่อเนื่อง คำถามบางคำถามเล่นเอาวีไอพีหรือจะเรียกว่าชะนีไทยแลนด์กรี๊ดกันลั่นเซนทรัลเวิร์ล อาทิเช่น สาวไทยคนไหนน่ารักบ้าง เป็นต้น
ว่าแต่.............ไม่อยากรู้เหรอว่า คำถามนั้นบิ๊กแบงจะตอบกันว่าอย่างไร???
ก็ตามเคย..........เจ้าลิงทั้งสามตัวก็สรรหาคำตอบที่ทำให้สาวๆที่อยู่ในงานสลบเหมือดไปตามๆกัน
“วีไอพีไทยแลนด์น่ารักกันทุกคนเลยครับ”
“ผู้หญิงไทยสวยมาก”
และอีกมากมายที่พยายามจะแย่งกันตอบ ผิดกับพี่ใหญ่...................
กอริลล่ายักษ์ปิดปากนิ่ง ไม่ได้ใช้ไมค์ที่เค้าวางไว้ให้ให้เกิดประโยชน์ เทมโปกลับลุกขึ้นยืนแล้วทำท่า
I LOVE YOU MORE MORE แบบในไลฟ์กอลจิดม่าให้กับแฟนๆวีไอพีทุกคน
แต่ความจริงแล้ว...............มันเจาะจงทำให้เด็กเตี้ยสองคนนั่นต่างหากล่ะ!!!!!!!
รู้ใจเค้าแบบนี้ต้องให้รางวัลสักหน่อย.......................
แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า............เด็กทั้งสองคนจะมองเห็นโชว์พิเศษของชเวท็อปหรือไม่ เพราะดูท่าพวกเธอจะหมดเรี่ยวแรงกระโดดพร้อมเขย่งยืดตัวเสียแล้ว
ทุกคนในบิ๊กแบงยิ้มแย้มแจ่มใสตอบคำถามอย่างสดชื่น จนกระทั่งมาถึงคำถามนี้....
"เอ๋...ว่าแต่ว่าทำไมวันนี้อีซึงฮยอนไม่มาละครับ" เมื่อถามจบ ล่ามก็กระซิบข้างหูแทยังที่นั่งอยู่ข้างๆทันที แทยังเหลือบสายตาไปมองพี่ใหญ่ที่นั่งอยู่ริมสุดโตะอีกฝั่งก่อนที่จะปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็นปกติแล้วตอบออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มว่า..
“ครับ.........ซึงรีติดแสดงละครเวทีที่เกาหลี เลยมาร่วมงานกับเราในวันนี้ไม่ได้ แต่ในวันที่ 7 มิถุนายนที่เราจะเปิดคอนเสิร์ตครั้งแรกที่ประเทศไทย พวกเราบิ๊กแบงจะอยู่กันครบทั้ง 5 คนแน่นอนครับ..........ซึงรีเป็นน้องเล็กของวง พวกเราก็เลยค่อนข้างจะรู้สึกเป็นห่วงที่ต้องทิ้งน้องไว้คนเดียว.......โดยเฉพาะพี่ใหญ่นี่แหละครับ”
ใครว่าทงยองแบเป็นคนดีได้อย่างเดียว????
เวลาเกิดอาการเบิร์นนิ่งขึ้นมา....ซันชายอย่างเขาก็พร้อมจะเลียนแบบนิสัยของควอนจียงได้ในบัดดล
เทมโปหันไปมองหน้ายองเบที่ตอนนี้กดยิ้มนุ่มลึกเสียจนน่ากลัว แววตาคนดี๊คนดีเสียนี่ปะไรที่เคยเห็นเป็นประจำทุกวัน ทำไมตอนนี้มันคลับคล้ายคลับคลาเป็นแววตาเจ้าเล่ห์แบบควอนจียงวะ??? คนตัวโตกระแอมไอทำทีท่าราวกับมันกำลังจะกล่าวสุนธรพจน์ แล้วเอ่ยขึ้นท่ามกลางสายตาจับผิดของสมาชิกอีกสามคน
“พวกเราบิ๊กแบงค่อนข้างจะสนิทกันมากครับ......อาจเป็นเพราะผมเองเป็นพี่ใหญ่ ที่ต้องดูแลน้องๆ ก็เลยเป็นห่วงซึงรีมากเป็นพิเศษ..................”
สิ้นเสียงพี่ใหญ่......คังแดซอง ทงยองแบ และตามมาด้วยควอนจียง
หันขวับ ค้อนตาเขียวและแยกเขี้ยวเป็นสเตปป์ แถมด่าในใจอีกหนึ่งทีว่า..................
แมร่ง.........ขี้..............เก๊ก
ซึงฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ตีหน้านิ่งแบบโล่งใจที่คิดว่าตัวเองคิดคำพูดแบบเป็นกลางสุดกู่ออกมาได้ทัน……………แต่ทว่าก็คงคิดผิดอีกตามเคย
มีหรือที่ไอ้คำว่าพิเศษลงท้ายนั่น................จะรอดพ้นเซลล์เยื่อหูเท่าโทรโข่งของสาวกทูซึงที่มีอยู่เท่าหยิบมือ ถึงแม้จะไม่ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดกันอย่างออกนอกหน้า แต่พอจะเดากันได้เลยว่า หลังจากคืนพรุ่งนี้ คงจะมีฟิคชั่นทูซึงฮยอนโผล่ขึ้นมาเป็นดอกเห็ด และด้วยสายตาอันเฉียมคมด้วยตาตี่ๆของหญิงสาวประกอบกันเด็กแว่นสี่ตาแล้ว ทำให้ทั้งสองคนจับมือกันแน่น พร้อมหันมาสบตากันอย่างอัติโนมัติ ตัวหนังสือในที่สะท้อนออกมาจากดวงตาของเธอทั้งสองมีอยู่คำเดียวเท่านั้น คือ...
Mission complete !
บรรยากาศการแถลงคอนเสิร์ตจบลงเมื่อเวลา สองทุ่มสิบห้านาที สมาชิกวงบิ๊กแบงเดินเข้าหลังเวลาหลังจากทีโบ๊กมืออำลาแฟนคลับทุกคน เตรียมตัวกลับโรงแรมที่พักสุดหรุในคืนนี้
เมื่อทั้งห้าคนรวมถึงทีมงานทุกคนขึนรถตู้ บรรยากาศภายในรถก็ดูจะเงียบเป็นพิเศษ ยองเบยังคงเอามือทาบกระจกบ๊ายบายวีไอพีข้างนอกอย่างต่อเนื่อง ส่วนควอนจียงเมื่อตูดหย่อนถึงเบาะนุ่มก็เสียบไอพอดหลับตานอนทันที ส่วนน้องเล็กของวันนี้อย่างคังแดซองก็เอาแต่นั่งอ่านนิตยาสารที่หยิบมาจากเกาหลีโดยที่ไม่สนใจรอบข้างเลยซักนิด
และสุดท้ายเชวซึงฮยอน รายนั้นยังประทับใจกับป้ายสองซึงฮยอนไม่หาย นั่งยิ้มล่องลอยจนผู้จัดการที่นั่งอยู่ข้างหน้าสุดหันมาเห็น แล้วต้องอุทานออกมาเสียงเบาๆ
"อุ้ย! ยิ้มให้นูนารึไงซึงฮยอน"
เท็มโปไม่ได้ยินเสียงอุทานนั้นและยังคงยิ้มเป็นคนบ้าต่อไป จนกระทั่งนูนาโบฮยองเอ่ยประโยคคำถามที่ไม่น่ามีอะไรตกใจขึ้นมา
"นี่จะค้างกันไหม………เหนื่อยรึเปล่า"
แต่ไอ้ประโยคที่ไม่น่ามีอะไรน่าตกใจเนี่ยแหละ ทำชเวซึงฮยอนสะดุ้ง!
เท็มโปงัดมือถือที่เมื่อตอนกลางวันเกือบโยนทิ้งลงสระน้ำออกจากกระเป๋ากางเกง กดพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะส่งไปหาเป้าหมาย....ทั้ง 3 คน
ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป
อย่าสงสัยว่าโทรศัพท์บ้านไหน ปิ๊บหลายครั้งจัง
เหตุเพราะมันไม่ได้ดังมาจากเครื่องเดียว เพราะอันที่จริง โทรศัพท์ของ ควอนจียง ดงบองเบ คังแดซอง มีข้อความเข้าพร้อมกัน!
ยองเบเป็นคนแรกที่เปิดอ่านข้อความ ก่อนที่จะหันไปมองแดซองที่กำลังจะเปิดอ่าน แล้วก็ต้องมีปฏิกิริยาเช่นเดียวกันกับพี่ยองเบ คือการหันไปหาพี่จียงที่นั่งอยู่ถัดไป จียงบอกหน้าเพื่อนสนิทอย่างงงๆ พร้อมกดอ่านข้อความเข้าล่าสุดที่เพิ่งได้รับเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว....
/ / / ไม่.........ใครตอบอย่างอื่น ต า ย . . . / / /
เด็กหัวหลิมทั้งสามคนปรายตาไปมองพี่ใหญ่หนึ่งที แล้วรีบหันกลับไปตอบพี่โบฮยองเสียงอ่อย
“ม่ายฮะ...........กลับเลย”
หลังจากที่นั่งรถแวะไปเก็บข้าวของที่โรงแรม สมาชิกวงบิ๊กแบงและเหล่าสต๊าฟทั้งหลายก็มุ่งหน้าสู่ สุวรรณภูมิเทอมินอลทันที แฟนคลับที่มีความพยามยามกลุ่มหนึ่งก็ยังคอยกรี๊ดเข้าจนกระทั้งส่งพวกเขาขึ้นเครื่องบิน
บรรยากาศขามากับขากลับต่างกันลิบลับ เมื่อพี่ใหญ่ของวงดูสดชื่นผิดหูผิดตา ยิ้มสดใสมองท้องฟ้านอกเครื่องบินประหนึ่งเห็นนางฟ้านางสวรรค์บินถลาเล่นลมอยู่ข้างนอก จียงที่นั่งสลับตำแหน่งกับตอนขามาไปนั่งข้างๆยองเบ เริ่มหมั่นไส้มันตะหงิดๆ ขามาก็หมั่นไส้ ขากลับกูก็ยังหมั่นไส้มึงว่ะ!
Oh~Big Bang gon' raise the roof yall
So you know what to do yall
Just keep on rockin' em
ริงโทนซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดเรียกสมาธิของเท็มโปที่จดจออยู่นอกหน้าต่างกลับมาจ้องเบาะที่อยู่ด้านหน้าทันที ถึงจะไม่รู้ก็เถอะว่าเป็นโทรศัพท์ของใคร เพราะทุกคนในวงต่างก็ใช้ริงโทนนี้กันทั้งวง แต่ไม่รู้ทำไมเท็มโปถึงได้มีลางสังหรณ์ว่า เสียงเรียกเข้าที่มันดังอยู่ตอนนี้เป็นของดงยองเบ!
"ยอโบเซโย"
"ใครวะ?"
จียงเลิกคิ้วพร้อมมองหน้าถามเพื่อนสนิทก่อนจะได้คำตอบที่ไม่มีเสียง แต่รู้ได้เพราะอ่านปากยองเบเอา มันจะเป็นใครไปได้? นอกจากอีซึงฮยอน! และเมื่อรู้คำตอบที่ถูกใจซะเหลือเกินสำหรับควอนจียง หึหึ มันจะไม่ถูกใจได้ยังไง กูหมั่นไส้มึงมานานแล้ว! ได้โอกาสเอาคืนซักที ที่นั่งเงียบตั้งแต่อยู่บนรถตู้ ไม่ใช่เหนื่อยแต่อย่างใด เพราะอันที่จริงประทับวิไอพีชาวไทยจนล้นปรี่เต็มหัวใจ แต่เป็นเพราะไม่รู้จะหาเรื่องมาแหย่ไอ้กอริลล่านั่นต่างหาก
ตอนนี้โอกาสบินมาหาถึงที่ ไม่รีบฉวยเอาไว้มันก็กระไรอยู่....
“สายด่วนจากอีซึงฮยอนถึงดงยองเบ.....................ณ เวลา 21.15 นาฬิกา ติ๊ด ติ๊ด”
ประโยคที่ 1 จบไป............
“ทำไมซึงรีไม่โทรแฟนตัวเองน๊า............นั่งอยู่ใกล้ๆกันแท้ๆ ช้ำใจตาย หึหึ”
ประโยคที่ 2 .......ตามมา
“อ๊ะ !!!! แถมยังบอกคิดถึงกันอย่างนี้.......เห่อ.......สงสารใครแถวนี้จริงจริ๊ง!!!”
ประโยคที่ 3 ........และอีกมากมายที่ควอนจียงพล่ามจนน้ำลายจะแห้งหมดปาก
เอิ๊กอ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก เยส ควอนจียงขอกู่ร้องด้วยความสะใจ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
จะมีอะไรสนุกและหรรษาไปกว่าการยั่วโมโหลิงยักษ์นี่
ชีวิตไม่ยุติธรรมให้เขาเกิดมาหล่อน้อยกว่ามัน
ชเวซึงฮยอนมีหน้าตาคมเข้มเทียบเทพบุตรในนิยายกรีก
แต่ตัวเขา..........มีแค่ตาตี่ๆ1คู่ กับจมูกบี้ๆคล้ายแห้วตามท้องตลาด
ชิท!!!!!!! อะไรจะเลวร้ายไปกว่านี้อีกไหม แม๋น????
ความสุขของเขาคือการได้ปั่นหัวชเวโป้ให้อารมณ์เสียเล่นนั่นล่ะหนอ. . . . .
ชดใช้ที่มันหล่อกว่าเขา............
“พี่จ้องหน้าผมทำไมอะ = = ” โดราแดซองรู้สึกอยากจะเอาหัวตัวเองซุกลงในช่องวางแก้วน้ำข้างๆ แต่ก็สำนึกได้ว่าคงไม่สามารถ ชเวซึงฮยอนมันจะจ้องหน้าเขาให้เป็นห่วงชีวิตเล่นแบบนั้นอีกนานไหม???
ทำไมคังแดซองต้องมาโวยวายในใจอย่างนี้น่ะเหรอ??
ก็เพราะปากเจ้าปัญหาของควอนจียงแท้ๆ!!! เพราะไอ้คุณพี่หัวหน้าวงที่เคารพนี่แหละครับ ทำให้ผมรู้สึกเสียใจที่ปฏิเสธพนักงานประกันทั้งหลายที่เดินทางมาบริษัทวายจี
ชเวโป้ไม่ได้ต่อปากต่อคำอะไรกับควอนจียง แต่ดันนั่งตัวแข็ง แล้วหันเอียงมา 90 องศาทั้งตัว!!! ขอย้ำว่าทั้งตัว ว๊อยยย !!!!!!!!!!!!!!! แค่พี่เค้าหันมาแค่หน้าผมก็กลัวพอแล้วล่ะครับ นี่เล่นมาทั้งตัว แบบจะเขมือบผมได้อยู่แล้ว แล้วจะจ้องอีกนานไหม จ้องอย่างเดียว พูดก็ไม่พูด มันอึดอัดนะพี่!!!!!!!!!!!!
สาเหตุที่ซึงฮยอนนั่งค้อนคังแดซอง..................
มันคือ No reason
เออ.....มันโนรีซันจริงๆเนี่ยแหละ แค่อารมณ์หงุดหงิดอยากค้อนใครสักคนแก้เครียด
รู้ๆกันอยู่ เวลาเทมโปอารมณ์เสีย มีใครเหรอ?........เคยหาสาระกับมันได้
และแน่นอนว่าฮยองสองคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าคงรับรู้ สัญญาณขอความช่วยเหลือจากดังแดซองผู้ชายที่ได้รับฉายาว่าสมายแองเจิ้ลคนนี้ ควอนจียงหันมาส่งยิ้มให้กำลังใจแดซองก่อนที่จะ กระตุกยกยิ้มมุมปาก 2.568989 มิลลิเมตรให้ชเวซึงฮยอนที่นั่งอยู่ถัดไป ส่วนดงยองเบยังคงคุยโทรศัพท์กับอีซึงฮยอนพร้อมหันมามองแดซองและเท็มโปเป็นระรอก
"อื้ม สบายดี ไม่เป็นไรหรอก..."
ประโยคแรกที่ยองเบเผลอหลุดปากเสียงดังออกมาหลังจากที่ กระซิบเสียงเบามาเป็นเวลานาน เป็นสาเหตุทำให้พี่ใหญ่ของวงแถบพุ่งถลากระโดดข้ามเบาะไปฉกมือถือของยองเบมาคุยกับซึงฮยอนให้รู้เรื่อง
แฟนตัวเองก็มีไม่รู้จักถามไถ่! บังอาจไปถามคนอื่นว่าสบายดีไม๊?
มันจะมากไปแล้วนะซึงริ.....อย่าให้เจอ พ่อจะลงโทษให้ไม่มีแรง(?)เลย
เมื่อยองเบรู้สึกได้ถึงรังสีอาฆาตของเท็มโป เขาก็รู้หน้าที่ตัวเองว่าจะต้องทำอย่างไร ยื่นโทรศัพท์ให้พี่ซึงฮยอนอัตโนมัติ แต่ยังไม่ทันที่จะถึงมือพี่ใหญ่ ยองเบก็ต้องรีบดึงมือกลับทันที เมื่อพี่เท็มโปเสาหลักของวง แกล้งหลับตา ทำเป็นไม่สนใจความหวังดีที่เขาหยิบยื่นให้ซะอย่างงั้น
จียงที่นั่งอยู่ข้างๆยองเบเห็นแล้วอยากกรีดร้องเป็นภาษาฮิบบู!
ไอ่เชี่ย! หยิ่งนักนะ แล้วอย่ามาโหยหวนนะมึง!
เอาไว้ถึงบ้านก่อน...........เขาจะช่วยอ้อนซึงรีอีกแรงนะ!!!! หยิ่งไปไอ้โป้
...............................................................................
“พี่ยองเบ..........พี่จี” ทันทีที่เห็นพี่ๆก้าวลงจากรถ น้องเล็กรีบวิ่งรี่เข้ามาหาเกาะแข้งเกาะขาอย่างเอาใจ ใบหน้าเล็กยิ้มร่าอารมณ์ดี ทนเหงาอยู่คนเดียวมาตลอดทั้งวัน ใครว่าเขาจะทนได้กันล่ะ!! มันน่าเบื่อจะตายไป....คนตัวเล็กสอดส่องสายตามองหาพี่ๆจนครบทั้งสามคน เหลือก็แค่พี่ชายตัวโตที่ยังไม่ยอมโผล่หน้ามา ซึงรีเดินดุ๊กดิ๊กเข้าไปในรถ........ไปตามง้อชเวซึงฮยอน
ทันทีที่เทมโปมองเห็นเจ้าตัวเล็กที่กระโดดมานั่งข้างๆเขา ด้วยความหยิ่งในศักดิ์ศรีชายชาตรีศรีเมืองโซลของมัน แทนที่จะยอมอ้าแขนกอดน้องอย่างที่มันอยากจนจะลุกขึ้นมาดิ้นกระแด่วๆได้อยู่แล้ว กลับต้องกัดฟัน สะบัดหน้าหนีซึงรีลงจากรถ ทำเป็นไม่สนใจใยดีลูกหมาที่นั่งหน้าหงอยอยู่.......
ทันทีที่เทมโปมองเห็นเจ้าตัวเล็กที่กระโดดมานั่งข้างๆเขา ด้วยความหยิ่งในศักดิ์ศรีชายชาตรีศรีเมืองโซลของมัน แทนที่จะยอมอ้าแขนกอดน้องอย่างที่มันอยากจนจะลุกขึ้นมาดิ้นกระแด่วๆได้อยู่แล้ว กลับต้องกัดฟัน สะบัดหน้าหนีซึงรีลงจากรถ ทำเป็นไม่สนใจใยดีลูกหมาที่นั่งหน้าหงอยอยู่.......
“เอ่อ..........พี่ท็อป.............ผมรู้ว่าพี่งอน.........ผมก็ง้อแล้วไง.........หายนะ นะ.....นะ”
โว้ยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!! ชเวซึงฮยอนกำลังจะกรีดร้องพร้อมรำวงหน้าตึกวายจี ฝนจะตกห่าใหญ่หรือไงกันครับ ต้องให้มักเน่มายืนออดอ้อน ทำเสียงเว้าวอนเขาอยู่แบบนี้ซึ่งๆหน้า ถ้าเป็นปกติ เขาคงจะลากคนตรงหน้าเข้าห้องพร้อมลงกลอนเรียบร้อยแล้ว.............แต่นี้ไอ้โชคชะตาใจร้าย จะให้เขาเก๊กขรึมไปอีกนานไหม!!!!!!!! ชเวซึงฮยอนไม่ผิดครับ ผิดที่โชคชะตาที่ทำให้เขาต้องงอนซึงรี ผิดที่ทำให้เขาอยากจะจับน้องกด??ตรงนี้แต่ทำไม่ได้!!!!
“คิด!!!!!.....ถึง!!!!!!”
ใคร? นั่นเสียงใครที่ไหนน่ะ?
อย่าคิดว่านั่นคือเสียงซึงริ เพราะแท้จริงแล้วมันเป็นของคนที่ทำตัวงี่เง่างอนไม่เข้าเรื่องนั่นแหละ!
แหม ควอนจียง อยากแหกหูแล้วยัดตัวเองเข้าไปตะโกนคำว่า แหม! ให้กระทบกระดูกหูชั้นในของเท็มโปเหมือนในโฆษณาประกันชีวิตบริษัทหนึ่งในประเทศไทยที่เขาเพิ่งได้ดูมาชะมัด!
หรือไม่ก็ร้องเพลง ดูดู๊ดูดู๊เธอทำ...เหมือนในโฆษณาสก๊อตก็ได้
กูยังหมั่นไส้มึงไม่หายเลยไอ้เชวซึงฮยอน!
จียงหันหลังไปมองเจ้าของเสียงตะโกนก่อนที่จะชะเง้อสังเกตุปฏิกิริยาของคนที่เดินตามหลังเท็มโปมาอีกที
ภาพที่เขาเห็นคือ น้องเล็กยิ้มเห็นเขี้ยวจนน่าหมั่นไส้กำลังเดินเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อเดินตามหลังคนขี้เก๊กอย่างอารมณ์ดี
ใจจริงเขาอยากจะกวนตีนซึงฮยอนอีกซักหน่อย แต่ไอ้เตี้ยยองเบดันส่งสายตาประหนึ่งเขาเป็นคนน่ารำคาญอะไรประมาณนั้น
เลยได้แต่ทำหน้าเซ็งอารมณ์บ่จอยเข้าห้องไปเท่านั่นแหละ
ไม่ได้แคร์มันนะ! ก็แค่ไม่อยากให้ไอ้เตี้ยมองเขาแบบนั้น!
ซึงฮยอนก้าวขาฉับๆก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มที่ยวบยาบลงไปในพริบตาเพราะน้ำหนักตัวที่แสนน่ารักของเทมโป แขนยาวเรียวยืดออกบิดขี้เกียด ก่อนจะหลับตานิ่งทำมาดแบบพระเอกหนังประมาณว่ามันเป็นคุณสามีที่เพิ่งกลับมาจากทำงานหนัก แล้วรอให้ภรรยาที่ดีทำหน้าที่บีบๆนวดๆให้หายเหนื่อย เทมโปกำลังหลับตาตีหน้านิ่ง.........หน้ามันนิ่งได้โล่ แต่หูมันจะบานเป็นชามข้าวหมาได้อยู่แล้ว!!!!
ไม่ได้กำลังแอบฟังใครพูดกัน.......หรือฟังเสียงซึงรีอ้อนไอ้ยองแบ!
แต่เขากำลังสงบจิตสงบใจฟังเสียงเท้าของอีซึงฮยอนว่าจะตามมานั่งข้างๆเขาเมื่อไหร่ เทมโปหรี่ตามองเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมที่ซึงรีใช้เป็นประจำ ........... ก็เค้าเป็นคนซื้อให้เองนี่นา จะจำไม่ได้ได้ยังไง ทันทีที่น้องเล็กทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ไอ้คนขี้เก๊กอันดับหนึ่งของวง ก็รีบเอนตัวลงนอน ทำเป็นไม่สนใจอะเกน
“ปัง!!!!” เสียงปิดประตูดังขึ้นขัดบรรยากาศหวานแหวว?ของสองซึงฮยอน เทมโปแค่เงี่ยหูฟังให้แน่ใจว่ารุ่นน้องสามตัวที่เหลือจะมาออกมากวนใจเขา หารู้ไม่ว่า..........ภายในห้องนั้นมันเกิดอะไรขึ้น
“ชู่ววว!!!! พี่ปิดประตูดังอย่างนั้นเค้าก็รู้หมดสิฮะ” หมายเลขหนึ่ง คังแดซอง
“อย่าโง่สิไอ้แด้!!! ก็แค่แกล้งปิดให้มันคิดว่าเราเข้ามาแล้ว........จากนั้นก็เปิดออกมาแอบดูมันอีกรอบไง” หมายเลขสอง ควอนจียง
“นายนี่มัน................ฉลาดจริงๆจียง = ___________-=” และหมายเลขสาม ทงยองเบ
ใครเป็นแนวหน้า.................คงไม่ต้องถามนะครับ . . .
ควอนจียงไม่ได้ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านนะครับ!!!!!!!!!
แค่หมั่นไส้ไอ้คนหล่อมากกว่าผมก็เท่านั้นเอง
เมื่อแอบหรี่ตาดูเรียบร้อยแล้วว่าไอ้สามตัวนั่นไม่ได้แอบมองอยู่ เท็มโปก็ปฏิบัติตามแผนที่เขาคิดเอาไว้ตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินทันที เริ่มจากเอนตัวสบายหลับตาไม่สนใจอีซึงฮยอนที่นั่งอยุ่ข้างๆ ต่อด้วยกระเด้งตัวขึ้นมาหยิบขนมที่ว่างไว้บนโต๊ะช้าๆด้วยการเมินของกินที่ซึงริยื่นให้ และมันได้ผล...ซึงริมีปฏิกิริยาโต้ตอบ!
"กินอยู่ได้...."
เท็มโปหันไปมองหน้าเจ้าของเสียงด้วยสายตาที่วีไอพีเรียกว่าพิฆาตมาร แต่คนมองอย่างอีซึงฮยอน เรียกว่า กวนตีน ก่อนที่จะกลับมาฉกขนมบนโต๊ะต่อ กินไปกินมาจนรู้สึกว่าซองขนมเริ่มจะกลายเป็นถุงพลาสติกเปล่า คนขี้เก๊กนับหนึ่งถึงสิบในใจวนไปวนมาอยู่หลายรอบ แต่ไอ้เด็กตัวเล็กนี้ก็ยังนั่งปิดปากเงียบไม่ยอมชวนเขาคุยซักที ชเวโป้อยากจะกัดลิ้นตายแบบไหนหนังจีนสมัยพ่อแม่เขายังจีบกัน กวนตีนใส่ขนาดนี้แล้ว!!! น้องมันยังไม่เห็นใจเขาอีก??? เขาทำผิดอะไรหรือ??
ก็แค่กวนตีนเท่านั้นเอง. . . . . . .
“ไม่ง้อซักที!!!!!” เสียงตะโกนครั้งที่สองหลุดมาจากปากของชเวซึงฮยอน ผู้ซึ่งทนกับท่าทีเมินเฉยของซึงรีไม่ได้อีกต่อไป กระเด้งตัวขึ้นมาจ้องหน้าน้องเล็ก แต่คนตัวโตก็ต้องเกิดอาการค้าง ไม่ทันไรเสียงพลุแบบในงานฉลองวันเกิดก็ดังขึ้นในหัวของซึงฮยอน อยากจะเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาแล้วร้องไห้กระซิกๆด้วยความตื้นตันเสียนี่กระไร
“ผมคิดถึงพี่ฮะ” เสียงอู้อี้ดังอยู่ที่ซอกคอชเวซึงฮยอน.......ที่ซอกคอ ไม่ผิดหรอกฮะ ก็เจ้าตัวเล็กเล่นโผกอดพี่ชายตัวโต แล้วซุกหน้าอยู่ตรงตำแหน่งหวาดเสียวแบบนั้นพอดี แต่เวลาอย่างนี้เทมโปมันยังไม่มีอารมณ์มาคิดอะไรลามกหรอก ใครจะเชื่อล่ะว่าหน้าตาเหี้ยมๆอย่างนั้น ความจริงแล้วพี่ใหญ่ของเรา เจ๊น!!!!!! เออ เชี่ย!!! มันหล่อแล้วยังเป็นคนดีอีก ไม่เหมือนกับไอ้หน้าตาคนดี๊คนดีพ่อหนุ่มซันชายเนี่ยหรอกครับ เวลามันจะเคลียร์..........มันต้องเคลียร์ในห้องนอน ชิท!!!! ควอนจียงเปลืองตัวชะมัด
และด้วยความที่ชเวซึงฮยอนเจ๊น!! เลยรีบดึงตัวซึงริให้ออกห่างจุดหวาดเสียวทันที ไม่รู้ว่าที่มันทำแบบนั้นเพราะ มันสุภาพบุรุษพอจนกลัวน้องเสียหาย หรือวว่า มันกลัวห้ามใจตัวเองไม่ได้กันแน่ แต่ที่รู้ๆ ตอนนี้แม่งกระซิบอะไรกันไม่รู้ จียงไม่ได้ยินโว้ย!
"คิดถึงพี่จริงอ่ะ"
ถึงซึงริจะผละออกมาแล้ว แต่ก็ถือว่าตอนนี้ทั้งอีซึงฮยอนและเท็มโปก็ไม่ได้ยืนห่างกันซักเท่าไหร่ ซึงริช้อนสายตามองพี่ชายพร้อมพูดเสียงเบาวอลลุ่มระดับเดียวกับคำถาม
"มากกว่าที่พี่คิดถึงผมห้าสิบห้าเท่าเลยฮะ"
“ไม่สิ.............พี่มากกว่าเรา”
“ผมต่างหาก ซึงรีเป็น VICTORY นะฮะ””
ซึงฮยอนกดยิ้มที่มุมปาก ส่ายหน้ายืนยันประโยคสุดท้ายของตัวเอง ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปหาคนตัวเล็ก แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่มันมั่นใจว่าจะเซ็กซี่ที่สุด
“VICTORY is MINE………………..ah”
แล้วพี่จะลงท้ายด้วยเสียง .....อา..... นั่นไปเพื่ออะไรครับ พี่ซึงฮยอน??
คนตัวเล็กอมยิ้มหน้าแดง ก่อนจะอ้าปากพูดงุบงิบ แต่ก็ดังพอที่มั่นใจว่าซึงฮยอนจะได้ยิน
“ก็ได้ฮะ.................ผมยอมเป็น SEUNGHYUN’S VICTORY ก็ได้”
ชิท แม๋น!!!!! ไอ้คู่ซึงฮยอนดับเบิ้ลสองนี่มันจะเล่นต่อคำภาษาอังกฤษกันไปถึงไหนวะครับ??
ยิ่งดูแล้วก็ยิ่งหมั่นไส้
ยิ่งดูแล้วก็ยิ่งหมั่นไส้
“อิจฉาเค้าล่ะสิ”
"เออะ!" หันมาแยกเขี้ยวใส่ยองเบพร้อมตะโกนตอบแบบไร้เสียง ก่อนที่จะกลับมาสนใจกับฉากเลิฟซีนตรงหน้าต่อ ยองเบที่มองจียงอยู่ข้างหลังได้แต่อมยิ้มกับพฤติกรรมเหมือนเด็กขี้อิจฉาของควอนจียง....
อิจฉาทำไม? ในเมื่อตัวเขาก็ทำแบบนี้กับจียงออกจะบ่อย!
"มายจจีดรากอน...."
ใคร? ใครพูดว่ามายจีดรากอน.....
ทำใจคิดว่าเป็นเสียงของแดซอง หันกลับไปมองก็เจอแม่งนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว
เพราะฉะนั้นเสียงนั้นเลยตกเป็นของดงยองเบไปโดยปริยาย...
ย้ำอีกที มายจีดรากอน....โอ้....กุสยิวววววว
"ตลก! นายพูดยังไงก็ไม่เท่าไอ้ซึงฮยอนพูดกับมักเน่หรอก"
ปากบ่นไปงั้น แต่ใจมันนำพาให้จียงเดินไปนั่งข้างๆยองเบเรียบร้อย ยองเบส่งยิ้มให้คนที่นั่งข้างๆหนึ่งทีก่อนที่จะยกมือไปวางลงบนหัวจียงเบาๆ เท้าแขนอีกข้าง พยายามทำตาแอ๊บแบ๊ว มองหน้าควอนจียง...มายจีดรากอนของวายบีแทควอน
.........กลับมาที่ฝ่ายสองซึงฮยอน...........
คนตัวเล็กที่รู้สึกว่าได้ยืนเสียงกุกๆกักๆดังมาจากในห้องที่รุ่นพี่สามตัวเข้าไปซ่องสุม สะกิดเรียกซึงฮยอนให้เดินตามเขาไปยังเป้าหมาย ทันทีที่เทมโปมองเห็นช่องว่างเล็กๆที่ประตูเปิดแง้มเอาไว้ สมองน้อยน้อยๆเริ่มประมวลความคิดและได้คำตอบว่า นี่ไอ้ทั้งสามตัวคงจะแอบดูเขากับน้องเล็กจุ๋จี๋กันอีกแน่แท้ ซึงรีกระตุกชายเสื้อคนตัวโตเมื่อเห็นสีหน้าใช้ความคิดแบบที่ไม่ค่อยจะได้เห็น เทมโปกระซิบบอกแผนการก่อนจะพาซึงรีเดินเข้าไป
“โอ้ว........มายยงยง~”
แสดดดดดดดดดด............ไอ้เตี้ยนี่ยังไม่เลิกอีก!!!
“พอเลยไอ้ยองเบ............ควอนจียงเป็นเมะเว้ย!!!! ไม่ใช่เคะ”
ทงยองเบฟังประโยคเถียงข้างๆคูๆของมังกรน้อยแล้วอยากจะหัวเราะให้ท้องฟ้าแตกเป็นสองแยก
ใช่ครับ..................ควอนจียงของผมไม่ใช่เคะหรอก
จียงแค่เป็น ทอม เท่านั้นเอ๊งงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!! กร๊ากกกกกกกก
เมะที่ไหนกับวะครับต้องหน้าแดงเวลาผมหยอดคำหวานนิดๆหน่อยๆ
ปากเสียแบบนี้ พูดกูมึงให้ผมฟังทุกครั้งเวลาอาย............มีควอนจียงคนเดียวเท่านั้นล่ะครับ
แต่ทงยองเบชินซะแล้วล่ะนะ....................เคะที่เป็นทอมคนนี้
เอ้อ!!!! เค้าเป็นเมะสินะ ลืมไป เมะ!!
“เมะก็เมะ...........ชั้นเป็นเคะให้ก็ได้”
เชี่ย!!!! มีใครหน้าด้านเท่าทงยองเบอีกไหมครับ?
ควอนจียงขอชูมือปฏิเสธ ถ้าจะตอบว่ามี
หน้าอย่างมันเนี่ยนะจะเคะได้ โฮกกกกกกก ถ้ามันมีส่วนไหนที่ดูบองบางน่าทะนุถนอมอย่างมักเน่
ผมจะไม่คัดค้านนิสัยหน้าไม่ให้แต่ใจรักของมันสักนิด
ก่อนอื่น...........มึงช่วยเอากล้ามพวกนีไปกำจัดก่อนไปไอ้คุณเคะ
“ไม่เอาเหรอ.............งั้นนายเป็นเคะแหละดีแล้วจี”
กูบอกว่าไม่ไง...ไอ้!!!!!!!!!!!!!!! ก่อนที่สัตว์เลี้ยงหลากชนิดที่ถูกกักขังไว้ในปากของควอนจียงจะได้ถูกปลดปล่อยให้ออกมาเดินเล่นยามเย็น เสียงบางสิ่งบางอย่างพัดผ่านชนิดที่ทำให้คู่รักเมะเคะประจำปีต้องสะดุ้งเฮือก รู้สึกเหมือนชีวิตตัวเองกลายเป็นจิ้งจกที่กาวกำลังจะหมดตัวแล้วเตรียมดิ่งลงพื้นดับชีวิตอนาถ
“แชะ แชะ แชะ แชะ. . . . . ”
ชิทท แม๋น!!!!!!! พวกเมิงจะแชะกันอีกนานมั๊ย ไอ้ชเวเมิงตายยยยยยยยยย
“Y.B.G.D is BACK อะฮ่า........” ได้เวลาเทมโป้เอาคืนซะที ยอมให้ไอ้หัวหน้าวงก้วนส้นมาตลอดทริป ได้โอกาสเก็บรูปถ่ายไว้สร้างกระแส...........มีหรือที่เขาจะพลาด หึหึ
“จียงฮยอง...................พี่นี่เคะจังเลยนะฮะ”
ปุด
ปุด
“ปู๊ดดด ก๊ากกกกกกก เอิ๊กกกกกกกกก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ใม่ใช่เสียงชเวซึงฮยอนที่ยืนกลั้นหัวเราะมาอยู่นานสองนาน แต่เป็นทงยองเบแฟนคนดีที่หนึ่งของลีดเดอร์ต่างหาก สาแก่ใจกับคำพูดของมักเน่มาก นี่ถ้าตอนนี้เขายังอยู่เมืองไทย คงจะซื้อพวงมาลัยแถวๆข้างทางมาให้ซึงรีซักโหลนึง
หลังจากที่ทั้ง 4 คนหัวเราะร่าเริงเนื่องจากถกเถียงกันเรื่องใครเมะใครเคะ ก็ต้องสะดุดกึกเมื่อได้ยินเสียงชัตเตอร์จากที่ไหนซักแห่ง
ระหว่างที่อ่านก่อนหน้านี้ คุณลืมใครไปรึเปล่า...........
“แชะ แชะ แชะ แชะ. . . . . ”
"ไอ้แดซอง!"
"แหะ แหะ ก็ผมอยากเก็บรูปพวกพี่ๆบ้างไง! แปลกตรงไหนเล่า..."
ยิ้มตาหยีพร้อมยื่นโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอเป็นรูปยองเบจ้องหน้าพี่จียง และ พี่เท็มโปโอบเอวน้องเล็กของวง
ก่อนที่จะมุดผ้าห่มคลุมโปง เพราะรู้ว่า หลังจากนี้จะโดนข้อครหาต่างๆนาๆนับไม่ถ้วน!
วะ! คังแดซองผิดตรงไหนที่จะเอารูปพวกนี้อินเตอร์เนตให้วีไอพีดู
ผิดตรงไหนที่อยากให้โลกรู้ว่า พี่ๆ 2 คู่นี้มันรักกันมากแค่ไหน
ผมไม่ผิดใช่ไม๊ วีไอพีทุกคน!????
"ไอ้แด้! เดี๋ยวมึงตายยยยยยยยยยย!"
หัวหน้าวงผละออกจากยองเบแล้วกระโจนใส่แดซองทันที ส่วนยองเบนั้น ปัญหาแค่นี้สำคัญไฉน ลงก็ลงไปซี่...เขาออกจะชอบ ทุกคนจะได้รู้กันซักทีว่าจียงเป็นของแทยัง!
ส่วนพี่ใหญ่ของวง รายนั้นลากน้องเล็กออกมาจากห้องตั้งแต่ที่จียงโหมตัวใส่แดซองแล้ว จะอยู่ทำไมให้เสียเวลาเมคเลิฟ(?)
อย่า! อย่าเข้าใจผิดกับคำว่าเมคเลิฟ! หากคุณเป็นคนคิดอกุศล คงจะคิดไปไกลถึงดาวอังคารแล้วล่ะสิ
แต่ถ้าหากคุณมีจิตใจบริสุทธิ์ผุดผ่อง...คำว่าเมคเลิฟในที่นี้หมายถึง สร้างความใกล้ชิดผุกพันธ์ให้มากขึ้นก็เท่านั้น
แต่ไม่รู้ว่า เชวซึงฮยอนมันจิตใจบริสุทธิ์หรืออกุศล เพราะตอนนี้มันล็อคห้อง
สร้างห้องปิดตายให้มักเน่ไปแล้วเรียบร้อย....
“ติ๊ด ติ๊ด”
“พี่จะส่งข้อความหาผมอีกทำไมเนี่ย........อยู่ในห้องเดียวกันแท้ๆ”
ซึงรีบ่นอุบอิบ แต่ก็อดขำนิสัยประหลาดๆของเทมโปไม่ได้ มือเล็กกดอ่านข้อความที่ส่งเข้ามา ตาเล็กเบิกกว้างทันทีที่ได้เห็น
.............ก็รูปเด็กเตี้ยสองคนชูป้ายสองซึงยังไงล่ะ!!.............
“สองคนนี้รู้ด้วย.......ว่าเรารักกัน”
พูดจบ คนตัวโตก็กระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนมือปลาหมึกจะทำหน้าที่ผลักคนตัวเล็กลงบนเตียงนุ่ม
“อะ....เดี๋ยวฮะ.............”
ซึงฮยอนเลิกคิ้วจ้องหน้าซึงรีที่ตอนนี้หน้าแดงจนเหมือนกำลังจะระเบิด มารู้สึกตัวอีกทีว่าตัวเขาคงจะแกล้งน้องมากเกินไปหน่อย................เกือบพรากผู้เยาว์ซะแล้ว!!! พอคิดได้คนตัวโตก็รีบกระเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นอน แต่ไม่ทันไร เจ้าตัวเล็กก็ดึงให้เขากลับมานั่งทีเดิม แล้วกระซิบข้างหูว่า.................
“Turn off the light…….”
บรรยาย
บรรยาย
บรรยาย
อยากอ่านเหรอ...................ช่วยไม่ได้นะ ปิดไฟแล้วมันมองไม่เห็น. . . . . .
.จบ.
Special Geust Theme
เด็กผู้หญิงสองคนแทคมือกันพร้อมกระโดดวิ่งวนเป็นวงกลมประหนึ่งเล่นอีมอญซ่อนผ้าโดยที่ไม่สนใจคนรอบข้างเลยซักนิด เพราะ ทั้งกิ๊ฟและแพงไม่คิดจะสนใจอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ในหัวมีแต่ ฟิค!ฟิค!ฟิค!ฟิค!ฟิค!ฟิค!
"พี่แพง..............ปู่เห็นป้ายเราด้วยใช่มั๊ยยยยยย? หนูจิ้นไปไกลแล้วนะ งิ๊ดดดดดดด"
"แว่นเราอ่ะมันเด่นกิ๊ฟ..............เค้าเลยเห็นชัด -3-"
"ชิ!!!! ตาพี่ต่างหาก ที่เหมือนรอยแตกบนไข่ต้มสีขาว"
"ย่า!!!!! แล้วคืนนี้ใครจะเป็นคนลงฟิค"
"เอาเป็นว่า........................ลงมันในร้านเนตพร้อมกันเลยเนอะพี่แพง"
ไม่เสียแรงจริงๆ.........ที่ทำป้ายทูซึง
Tags: 2seunghyun, bigbang, fiction, seungri, temda, temseung, top, yaoi12 Comments